TEL : 06-234567-55 ถึง 59 LINE : sbobet.club

ประวัติ เมสซี่เจ ชนาธิป สรงกระสินธ์ ระดับเอเชีย

Chanathip-Songkrasin

ชนาธิป สรงกระสินธ์ เป็นนักฟุตบอลทีมชาติไทย เกิดเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม พ.ศ.2536 อาศัยอยู่ที่ตลาดสามพราน อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ส่วนสูง 158 เซนติเมตร ตำแหน่งกองกลางตัวรุก สโมสรที่ค้าแข้งในปัจจุบันคือ คอนซาโดเล ซัปโปะโระ เจลีก ดิวิชั่น 1 ชนาธิป สรงกระสินธ์ เริ่มมีชื่อเสียงจากการเรียกตัวของวินเฟรด เชเฟอร์ให้เข้าร่วมการแข่งขันรายการเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ ในปี พ.ศ. 2012 ซึ่งในครั้งนี้ได้เพียงแค่ตำแหน่งรองแชมป์ แต่ในอีก 2 ปีต่อมาก็สามารถพาทีมคว้าแชมป์ได้ในปี พ.ศ. 2014 และอีกครั้งในถ้วยเดิมในปี พ.ศ. 2016 นอกจากนี้ตัวชนาธิป สรงกระสินธ์ยังคว้ารางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมใน 2 ครั้งหลังสุดอีกด้วย

ที่สำคัญคือเขาเป็นผู้เล่นคนสำคัญของทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ด้วยการกวาดเหรียญทองในศึกซีเกมส์ปี 2013 ที่ประเทศเมียนมาร์ รวมไปถึงในปี 2015 ที่ประเทศสิงคโปร์ ทิ้งท้ายด้วยเอเชียนเกมส์ ในปี 2014 ที่ประเทศเกาหลีใต้ แล้วด้วยร่างกายที่เล็กแต่มีความความเร็ว และคล่องตัวในการลากพาบอลไปกับตัวได้ดีทำให้นักเตะอย่างชนาธิป สรงกระสินธ์ได้รับฉายาว่า “เมสซี่เจของประเทศไทย”

ประวัติ ชนาธิป สรงกระสินธ์

สำหรับ ชนาธิป สรงกระสินธ์ นั้นเป็นลูกชายของ นายก้องภพ สรงกระสินธ์ (บิดา) และ นางพรสรรค์ ก้องภพ สรงกระสินธ์ (มารดา) ในช่วงเวลาตั้งแต่ 1 ขวบพ่อของชนาธิป สรงกระสินธ์ได้ฝึกฝนลูกชายของเขาเข้าสู่วงการฟุตบอลอย่างเอาจริงเอาจัง ซึ่งในขณะนั้นชนาธิปยังเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ในโรงเรียนกีฬากรุงเทพมหานคร ต่อมาก็ย้ายมาโรงเรียนเพ็ญสมิทธิ์จนสามารถเรียนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 หลังจากจบระดับชั้นประถมแล้ว ชนาธิปก็เรียนต่อในชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นที่โรงเรียนสามพรานวิทยาลัย ซึ่งในขนาดนั้นเขาได้เล่นกับทีมดังในจังหวัดนครปฐมชื่อทีม ซีแอล ไฮสปีด โดยมีนักเตะชื่อดังอย่าง รัชพล นาวันโน ที่ในตอนหลังได้เป็นนักเตะทีมชาติไทยในเวลาต่อมา

เมื่อชนาธิป สรงกระสินธ์จบชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นก็ได้ศึกษาต่อที่วิทยาลัยเทคโนโลยีพาณิชย์การราชดำเนิน และในช่วงเวลานั้นเจ้าตัวยังเล่นฟุตบอลให้กับมหาลัยของตัวเองไปด้วย พร้อมกับการพาเทคโนโลยีพาณิชย์การราชดำเนินคว้าแชมป์ฟุตบอลกรมพลศึกษาในรุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี ซึ่งเป็นถ้วยประเภท ก. ในเดือน ม.ค. ปี 2554

chanathip-songkrasin-bec

ในระดับฟุตบอลสโมสร บีอีซี เทโรศาสน

ผลงาน ชนาธิป สรงกระสินธ์ ของฤดูกาล 2554

ช่วงที่ชนาธิปยังเล่นฟุตบอลในระดับนักเรียน เคยถูกปฏิเสธที่จะเซ็นสัญญากับสโมสรทีโอทีเพราะสภาพร่างกายที่เล็กซึ่งดูไม่เหมาะกับการเล่นฟุตบอลอาชีพ แต่ทางสโมสรบีอีซี เทโรศาสนกลับมองว่าชนาธิปนั้นมีความสามารถที่น่าสนใจจึงทำการดึงตัวเข้าร่วมทีมในชุดเยาวชนของสโมสร และได้ค่าแรงอยู่ที่เดือนละ 10,000 บาท
ชนาธิปติดอยู่ในทีมชุด U-19 ของสโมสรบีอีซี เทโรศาสนแล้วยังสามารถพาทีมชุดนี้คว้าแชมป์เอฟเอ ยูธ คัพ ในปี 2011 โดยแข่งขันกันวันที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2554 ที่สนามศุภชลาศัย โดยครั้งนี้เขาพาทีมชุด U-19 เอาชนะทีมบุรีรัมย์ พีอีเอ ด้วยสกอร์ 5-2 เกมนี้ชนาธิปได้รับรางวัลแมน ออฟ เดอะ แมตช์หลังการแข่งขันอีกด้วย ในเวลานั้นทีมเยาวชนบีอีซี เทโรศาสน ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ทำให้ช่วงเดือนตุลาคม พ.ศ. 2554 ชนาธิปถูกเรียกตัวติดทีมชุดเยาวชน 19 ปี เพื่อไปแข่งขันรอบคัดเลือกของฟุตบอลเยาวชนอายุไม่เกิน 19 ปี ในปี 2012 ซึ่งในปีนั้นทีมชาติไทยได้เป็นแชมป์กลุ่ม และสามารถผ่านไปในรอบสุดท้ายที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ รายการนี้ชนาธิปยิงได้ 1 ลูก ในนัดที่ถล่มทีมเยาวชนทีมชาติกรมไป 13-0 ที่สนามฟุตบอลเทพหัสดิน

ผลงาน ชนาธิป สรงกระสินธ์ ของฤดูกาล 2555

ด้วยฟอร์มการเล่นที่เห็นได้ถึงการพัฒนาของชนาธิปและการที่เขาประสบความสำเร็จในการคว้าแชมป์เอฟเอ ยูธ คัพ ในปี 2011 ทำให้เขาได้รับความเชื่อมั่นจากแอนดรูว์ อ็อด ผู้จัดทีมในเวลานั้น และมีโอกาสได้ลงสนามประเดิมทีมชุดใหญ่ครั้งแรกในไทยพรีเมียร์ลีกวันที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2555 ในนัดแรกนั้นทีมบีอีซี เทโรศาสนแพ้ไปด้วยสกอร์ 2-1 ถือว่าเป็นการเปิดตัวที่ไม่สวยหรูเท่าไรนักสำหรับชนาธิป แต่หลังจากนั้นเขาก็สามารถยิงประตูแรกได้สำเร็จในเกมที่ต้องเจอกับทีมท่าเรือไทยในวันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 ในนัดนี้ชนาธิปถูกเปลี่ยนตัวลงมาในครึ่งหลังและเป็นคนยิงประตูทั้ง 2 ลูก ทำให้ทีมบีอีซี เทโรศาสนเอาชนะทีมท่าเรือไทยที่เป็นเจ้าบ้านไปได้ 2-0

ชนาธิปด้วยวัย 18 ปีกับสไตล์การเล่นที่เกินตัวทำให้เขายึดตัวจริงภายในทีมนับตั้งแต่ที่ได้ขึ้นมาจากทีมชุดเยาวชนบีอีซี เทโรศาสน ในวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2555 ชนาธิปลงเล่นฟุตบอลชิงถ้วยรายการไทยคม เอฟเอคัพ ที่ต้องเจอกับทีมพัทยา ยูไนเต็ดด้วยการเป็นทีมเยือนที่สนามกีฬาเทศบาลหนองปรือ ในนัดนั้นเขาเป็นคนเปิดบอลให้เพื่อนร่วมทีมอย่าง กิลเบิร์ต คุมสัน ทำประตูชัยให้ทีมบีอีซี เทโรศาสนเอาชนะไปได้ 1-0 ผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย หลังจากนั้นในเกมไทยพรีเมียร์ลีกวันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2555 เป็นการเจอกันระหว่างทีมบีบีซียูและทีมบีอีซี เทโรศาสน ในนัดนั้นเขาเป็นคนยิงประตูขึ้นนำให้กับทีม 2-1 แต่จบเกมเสมอกันไป 2-2

ชนาธิปได้ลงเป็นตัวจริงทั้งฤดูกาลไป 33 นัด แบ่งเป็นรายการดังนี้ ไทยพรีเมียร์ลีก 28 นัด, โตโยต้า ลีกคัพ 3 นัด, เอฟเอ คัพ 2 นัด ทำประตูในไทยพรีเมียร์ลีกไปได้ 4 ประตู แล้วยังสามารถช่วยให้ทีมบีอีซี เทโรศาสนจบที่อันดับ 3 จากผลงานที่ยอดเยี่ยมของชนาธิปทำให้เขาติดทีมชาติไทยชุดเยาวชนอายุไม่เกิน 19 ปี ไปแข่งขันรายการชิงแชมป์แห่งชาติเอเชียในรอบสุดท้ายที่ประสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หลังเคยลงเล่นในรอบคัดเลือกเมื่อปีที่แล้ว แถมยังติดทีมชาติไทยชุดใหญ่ไปลุยศึกเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2012

ผลงาน ชนาธิป สรงกระสินธ์ ของฤดูกาล 2556

ในปี พ.ศ. 2556 ชนาธิปได้ติดทีมชาติไทยชุดใหญ่ลุยศึกการแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 42 ในครั้งนี้เขาได้ลงเป็นตัวจริงแต่ไม่สามารถช่วยทีมคว้าแชมป์ได้ โดยทำได้แค่เพียงคว้าอันดับ 3 ร่วมกับทีมชาติเกาหลีเหนือ

ในซีซั่นนี้สโมสรบีอีซี เทโรศาสนได้มีการเปลี่ยนตัวผู้จัดการทีมเป็นสเตฟาเน่ เด โมล โดยเกมแรกชนาธิปลงเล่นในการแข่งขันที่ทีมบีอีซี เทโรศาสนเอาชนะทีมราชบุรีไปได้ 1-0 ที่สนามกีฬาจังหวัดราชบุรี ในวันที่ 10 มีนาคม ซึ่งในเกมครั้งนั้นเขาได้ลงเป็นตัวสำรองแทนคลีตัน ซิลวา ในช่วงเวลา 10 นาทีสุดท้ายของการแข่งขัน

ชนาธิปยิงประตูแรกในซีซั่นนี้ในเกมส์ไทยพรีเมียร์ลีกที่เสมอกับทีมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 1-1 ที่สนามเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา ในวันที่ 16 พฤษภาคม ในเกมนัดนี้ชนาธิปถูกเปลี่ยนตัวลงมาเป็นตัวสำรองแล้วเป็นคนยิงประตูตีเสมอให้กับทีมบีอีซี เทโรศาสน เป็นประตูแรกที่เขายิงให้กับสโมสรต่อหน้าแฟนบอลในสนามเหย้า ในวันที่ 18 สิงหาคมชนาธิปยิงประตูได้เพิ่มอีก 1 ประตู เป็นเกมที่ทีมบีอีซี เทโรศาสนเสมอกับทีมบางกอกกล๊าส 1-1 และจบการแข่งขันด้วยสกอร์ 2-3 เป็นการบุกมาชนะถึงถิ่นลีโอสเตเดียม แต่ก่อนจะจบเกมเขาถูใบแดงไล่ออกจากสนาม หลังจากไปมีปัญหากับฟลาเวียง มิเชลินี่ และธีรเทพ วิโนทัย แล้วเป็นครั้งแรกที่ ชนาธิปโดนใบแดงในชีวิตการค้าแข้งกับบีอีซี เทโรศาสน

ในวันที่ 27 ตุลาคม เขายิงประตูได้ 1 ลูก ในการแข่งขันกับทีมเมืองทอง ยูไนเต็ด เกมนัดนั้นทีมเปิดบ้านทำได้แค่เสมอ 2-2 ที่สนามเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา สำหรับฤดูกาลนี้ชนาธิปลงสนามไป 28 นัด แบ่งออกเป็น ไทยพรีเมียร์ลีก 26 นัด, เอฟเอคัพ 1 นัด, ลีกคัพ 1 นัด ในฤดูกาลนี้เขายิงไป 3 ประตูในไทยพรีเมียร์ลีก ช่วยให้ทีมบีอีซี เทโรศาสนจบด้วยอันดับที่ 6 แล้วทำให้ทางซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เรียกตัวติดทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี แข่งขันกีฬาซีเกมส์ 2013 ที่ประเทศเมียนมาร์ในช่วงเดือนธันวาคม

ผลงาน ชนาธิป สรงกระสินธ์ ของฤดูกาล 2557

ชนาธิปในช่วงแรกของฤดูกาลต้องเจอกับปัญหาอาการบาดเจ็บกระดูกหน้าแข้งหักทำให้พลาดลงรับใช้ทีมชาติไทยชุดอายุไม่เกิน 23 ปี ในซีเกมส์ช่วงปลายปีก่อน แต่ด้วยการฟื้นร่างกายที่รวดเร็วทำให้สามารถกลับมาลงสนามได้อีกครั้งและรับใช้ทีมนัดแรกในวันที่ 29 มีนาคม ในนัดที่เปิดบ้านเสมอกับทีมเมืองทอง ยูไนเต็ดไป 1-1 ซึ่งตัวเขาได้ลงเป็นตัวสำรองและลงเล่นได้เพียง 20 นาทีเท่านั้น

ในวันที่ 22 มิถุนายน ชนาธิปก็สามารถยิงประตูแรกของฤดูกาลเป็นเกมที่ทีมบีอีซี เทโรศาสนเปิดบ้านรับการมาเยือนของทีมเชียงราย ยูไนเต็ด ผลคือเสมอกันไปด้วยสกอร์ 1-1 เกมต่อมาพวกเขาต้องเจอกับทีมสมุทรสงครามครั้งนี้ชนาธิปยิง 1 จ่าย 1 จบลงด้วยชัยชนะ 2-0 แข่งขันกันที่สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา ชนาธิปได้พิสูจน์ตัวเองแล้วว่าเขากำลังอยู่ในฟอร์มที่ยอดเยี่ยม และกลายเป็นนักเตะคนสำคัญของทีมบีอีซี เทโรศาสน วันที่ 27 กรกฎาคม ได้ทำประตูทุกสวยด้วยการยิงไกลในนัดที่เจอกับทีมอาร์มี่ ยูไนเต็ด แล้วเป็นประตูชัยในนัดนี้ทีมบีอีซี เทโรศาสนชนะไปด้วยสกอร์ 2-0 และยังเป็นการยิงประตูครบ 10 ลูกในสังกัดบีอีซี เทโรศาสนตั้งแต่เขาขึ้นมาติดทีมชุดใหญ่

ช่วงเดือนกันยายนผู้จัดการทีมชาติไทย ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ได้ทำการเรียกตัวชนาธิปไปลุยศึกเอเซียนเกมส์ในรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ที่ประเทศเกาหลีใต้ และคว้าที่ 4 มาครอง หลังจากกลับมาจากศึกเอเซียนเกมส์ ในวันที่ 12 ตุลาคม ชนาธิปก็ลงเล่นให้กับทีมต้นสังกัดบีอีซี เทโรศาสนในรายการโตโยต้าลีกคัพ ในรอบชิงชนะเลิศกับทีมบุรีรัมย์ ยูไรเต็ด ซึ่งเป็นแชมป์เก่าครั้งที่แล้ว ในเกมนัดนี้ชนาธิปยังคงโชว์ฟอร์มได้สุดยอดเช่นเคยสามารถช่วยให้ทีมบีอีซี เทโรศาสนเอาชนะทีมบุรีรัมย์ ยูไรเต็ดไปได้ด้วยสกอร์ 2-0 ในเกมนี้เขาได้รับรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเมนต์ และยังเป็นแชมป์รายการแรกในชีวิตการค้าแข้งของเขากับทีมบีอีซี เทโรศาสน ในส่วนของฟุตบอลไทยพรีเมียร์ลีกเกมสุดท้ายของฤดูกาล วันที่ 2 พฤศจิกายน ทีมบีอีซีพบกับทีมเชียงราย ยูไนเต็ด และเป็นอีกหนึ่งเกมที่ชนาธิปยิงได้ 1 ลูกให้กับต้นสังกัดก่อนจะแพ้ไปด้วยสกอร์ 2-1 และจบด้วยอันดับ 3 ของฟุตบอลรายการไทยพรีเมียร์ลีก

ผลงาน ชนาธิป สรงกระสินธ์ ของฤดูกาล 2558

ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่เลวร้ายของชนาธิปในการเริ่มต้นกับทีมบีอีซีอีกครั้ง เมื่อเขาลงเล่นในรายการไทยพรีเมียร์ลีกเจอกับทีมโอสถสภาและสามารถพาทีมเอาชนะไปด้วยสกอร์ 3-2 ซึ่งเขาเป็นคนยิงประตูแรกให้กับทีม หลังจากนั้นเจ้าตัวก็มีอาการบาดเจ็บรบกวนโอกาสในการลงสนามก็น้อยลง ส่งผลให้ทีมบีอีซีตัดสินใจส่งตัวชนาธิปไปให้กับทีมเมืองทอง ยูไนเต็ดด้วยสัญญายืมตัวในฤดูกาลนั้น

ในระดับฟุตบอลสโมสร เมืองทอง ยูไนเต็ด

ผลงาน ชนาธิป สรงกระสินธ์ ของฤดูกาล 2559

ในวันที่ 28 มกราคม ชนาธิปได้เปิดตัวในฐานะนักเตะคนใหม่กับทีมเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ดด้วยสัญญายืมตัว และมีออฟชั่นชื้อขาดกับทีมบีอีซี เทโรศาสน นัดแรกกับทีมเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด วันที่ 2 กุมภาพันธ์ เป็นการแข่งขันในรายการเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก รอบคัดเลือกเจอกับทีมยะโฮร์ ดารุล ตะก์ซิม จากประเทศมาเลเซีย ด้วยฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยมของชนาธิปได้ทำให้ทีมเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ดคว้าแชมป์มาครองได้เป็นครั้งที่ 4 ทำให้ทีมคอนซาโดเล ซัปโปะโระจากประเทศญี่ปุ่นสนใจในตัวของชนาธิป และต้องการดึงตัวชนาธิปไปเล่นในเจลีกด้วยสัญญายืมตัว

chanathip-songkrasin-Sapporo

ในระดับฟุตบอลสโมสร คอนซาโดเล ซัปโปะโระ

ชนาธิปได้เข้าสู่ทีมคอนซาโดเล ซัปโปะโระด้วยสัญญายืมตัว ในวันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2560 และได้ลงเล่นกับทีมเลกที่ 2 ของฤดูกาลในเจลีก ในปี 2018 เป็นช่วงที่ดีที่สุดเวลาหนึ่งของชนาธิปเขาสามารถคว้าตำแหน่ง MVP ของทีมได้สำเร็จ และยังติดทีมยอดเยี่ยมของเจลีกในปีเดียวกันอีกด้วย ถือว่าเขาได้สร้างชื่อเสียงให้กับคนไทยในฐานะนักเตะต่างแดนที่ไปโชว์ผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในดินแดนซามูไร ด้วยสไตล์การเล่นที่เข้ากับทีมได้อย่างลงตัว ทำให้ชนาธิปได้เซ็นสัญญาถาวรร่วมกับทีมคอนซาโดเล ซัปโปะโระในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2562 และมีสัญญาถึงวันที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2568

ในระดับทีมชาติ

ทีมเยาวชนรุ่นอายุไม่เกิน 20 ปี

ชนาธิปเข้าร่วมทีมชาติไทยเป็นครั้งแรกกับรายการฟุตบอลเยาวชนอายุ 19 ปี ชิงแชมป์เอเชีย 2012 ในรอบคัดเลือก ซึ่งไทยเป็นเจ้าภาพในรายการนี้ผู้จัดการทีมในตอนนั้นคือ สมชาย ชวยบุญชุม ทีมชาติไทยได้ถูกจับไปอยู่ในกลุ่มอี ร่วมกับประเทศเกาหลีใต้, ญี่ปุ่น, ไต้หวัน, กวม ในรุ่นอายุไม่เกิน 20 ปี ชนาธิปลงประเดิมสนามนัดแรก ในวันที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2554 เป็นนัดที่ทีมชาติไทยเอาชนะเกาหลีใต้ไปได้ 1-0 นัดต่อมาทีมชาติไทยเจอกับทีมชาติกวมและชนะไปขาดลอย 13-0 ชนาธิปยิงได้ 1 ลูกในเกมนัดนี้ เป็นการแข่งขันในวันที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 สำหรับการแข่งขันครั้งนี้ชนาธิปเล่นได้อย่างโดดเด่น และสามารถพาทีมชาติไทยคว้าแชมป์กลุ่มมาครองได้สำเร็จ ด้วยผลงาน ชนะเกาหลีใต้ 1-0, ชนะไต้หวัน 1-0, เสมอญี่ปุ่น 0-0, ชนะกวม 13-0

สำหรับรายการฟุตบอลเยาวชนชุดอายุ 19 ปี ชิงแชมป์เอเชียรอบสุดท้ายที่ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ทีมชาติไทยอยู่ในกลุ่ม B มีทีมร่วมสายได้แก่ ประเทศอิรัก, ประเทศจีน, ประเทศเกาหลีใต้ จะเป็นการแข่งขัน 3 นัด ด้วยกันในนัดแรกทีมชาติไทยเจอกับจีน วันที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555 เกมนัดนี้เขาจ่ายบอลให้กับเพื่อนร่วมทีม วรนาถ ทองเครือ ยิงประตูเอาชนะทีมชาติจีนไปได้ด้วยสกอร์ 2-1 เกมที่สองในวันที่ 5 พฤศจิกายน เจอกับทีมชาติเกาหลีใต้ทีมชาติไทยแพ้ไป 1-2 มาถึงนัดสุดท้ายของรอบนี้แข่งขันวันที่ 7 พฤศจิกายน เจอกับทีมแข็งอย่างอิรัก ทีมไทยแพ้ไปด้วยสกอร์ 0-3 หมดโอกาสเข้ารอบต่อไปทันที

ทีมเยาวชนรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี

ในช่วงเดือน พ.ศ. 2556 โค้ชทีมชาติไทย ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ได้ทำการเรียกตัวชนาธิปกลับเข้าสู่ทีมชาติไทยชุดใหญ่อีกครั้งหลังเคยติดทีมชุดใหญ่ในสมัยที่ วินฟรีด เชเฟอร์ เคยคุมทีม ครั้งนี้ชนาธิปได้ลงให้กับทีมชาติไทยชุดอายุไม่เกิน 23 ปี ในรายการซีเกมส์ 2013 ที่ประเทศเมียนมาร์เป็นเจ้าภาพ เกมแรกในรายการซีเกมส์ของเมสซี่เจนั้นเกิดขึ้นวันที่ 7 ธันวาคม ปี พ.ศ. 2556 นัดแรกทีมชาติไทยเจอกับติมอร์-เลสเต และทีมไทยเอาชนะไปได้ด้วยสกอร์ 3-1 ในครั้งนี้เมสซี่เจได้ลงในฐานะตัวสำรองที่เปลี่ยนไปแก้เกมในครึ่งหลัง บ่อยครั้งที่ทำผลงานได้เป็นอย่างดี การแข่งขันครั้งนี้เขาลงเป็นตัวจริงเพียง 1 นัดเท่านั้นในเกมที่เจอกับประเทศกัมพูชา ก่อนจบลงด้วยผลเสมอ 0-0 และก็ช่วยให้ทีมชาติไทยผ่านเข้าชิงชนะเลิศได้ในเวลาต่อมา

เหตุการณ์ในเกมนัดชิงชนะเลิศนั้นชนาธิปมีอาการบาดเจ็บหน้าแข้งทำให้พลาดลงสนามเจอกับทีมชาติอินโดนีเซียในรอบชิง ซึ่งครั้งนี้ทีมชาติไทยเล่นได้ดีกว่าเอาชนะอินโดนีเซียไปได้ด้วยสกอร์ 1-0 ได้เหรียญทองกลับสู่ประเทศไทยอย่างยิ่งใหญ่

chanathip-songkrasin-thai

ทีมชาติไทยชุดใหญ่

วันที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555 เมสซี่เจเปิดตัวในฐานะผู้เล่นทีมชาติไทยชุดใหญ่ และลงประเดิมเกมแรกกับทีมชาติภูฏาน ในนัดนี้เขาถูกส่งตัวลงไปในครึ่งหลังและทำให้ทีมชาติไทยเอาชนะทีมชาติภูฏานไปได้ 5-0 ทำให้โค้ชอย่าง วินฟรีด เชเฟอร์ เลือกเมสซี่เจเป็นหนึ่งในนักเตะลุยรายการเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ ปี 2012 ในฐานะที่เป็นนักเตะอายุน้อยสุดของทีมชุดนี้ ตัวเขาได้ลงสนามเป็นครั้งแรกในวันที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555 ในเกมที่ทีมชาติไทยเจอกับทีมชาติเวียดนามในรอบแบ่งกลุ่ม เขาได้รับโอกาสลงสนามมาแทนปิยพล บรรเทาที่บาดเจ็บระหว่างเกม นัดนี้จบลงด้วยชัยชนะของทีมชาติไทย 3-1 ต่อมาในรอบชิงชนะเลิศนัดที่สองเขาลงเล่นเจอกับทีมชาติสิงคโปร์ แต่ก็ไม่สามารถช่วยให้ทีมชาติไทยเอาชนะได้ ส่งผลให้ได้รองแชมป์ไปสำหรับรายการนี้

ในปี พ.ศ. 2556 เมสซี่เจได้เล่นฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 42 มีทีมต่างประเทศเข้าร่วมแข่งขันมากมายได้แก่ สวีเดน, ฟินแลนด์, เกาหลีเหนือ โดยเกมแรกเริ่ม วันที่ 23 มกราคม ทีมชาติไทยได้เจอกับทีมชาติฟินแลนด์เกมนี้เมสซี่เจได้ลงเป็นตัวจริง ซึ่งผลการแข่งขันคือทีมชาติไทยพ่ายแพ้ให้กับทีมชาติฟินแลนด์ไป 1-3 ทำให้ต้องไปชิงที่ 3 กับทีมชาติเกาหลีเหนือ ในวันที่ 26 มกราคม และก็เป็นอีกเกมที่เขาได้ลงเป็นตัวจริงผลออกมาคือเสมอกันไป 2-2 ทำให้ทีมไทยและทีมเกาหลีใต้ครองที่ 3 ร่วมกันทั้งสองทีม

ในรายการแข่งขันฟุตบอลเอเชียนคัพ ปี 2015 รอบคัดเลือก ทีมชาติไทยอยู่ร่วมสายกับ ทีมชาติอหร่าน, ทีมชาติคูเวต, ทีมชาติเลบานอน ซึ่งแข่งขันนัดแรกวันที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556 เจอกับคูเวต ซึ่งนัดนี้เมสซี่เจมีชื่อเป็นตัวสำรองและได้ลงสนามในนาทีที่ 72 เกมผ่านไปได้ 3 นาทีเมสซี่เจก็สามารถยิงประตูตีไข่แตกได้ แต่ก็ยังพ่ายแพ้ให้กับทีมคูเวตด้วยสกอร์ 1-3 สำหรับประตูนี้เป็นลูกแรกของเมสซี่เจในนามทีมชาติไทยชุดใหญ่

ต่อมาในรายการแข่งขันเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ ปี 2014 เมสซี่เจกลายเป็นนักเตะที่ถูกจับตามองอย่างมากในรายการนี้ เกมรอบชิงชนะเลิศทีมชาติไทยเจอกับทีมชาติมาเลเซีย โดยมาเลเซียมองว่าเมสซี่เจเป็นผู้เล่นที่อันตรายมาก ถึงแม้การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศนัดที่ 2 ทีมชาติไทยจะพ่ายแพ้ให้กับทีมชาติมาเลเชียด้วยสกอร์ 3-2 แต่ผลรวมทีมไทยชนะไป 4-3 เกมนี้เมสซี่เจยิงประตูที่สอง ให้กับทีมชาติไทยในช่วงท้ายเกมนาทีที่ 86 ส่งผลให้ทีมไทยคว้าแชมป์รายการนี้ไปครองเป็นสมัยที่ 4 หลังจากไม่ได้แชมป์รายการนี้มา 12 ปี ซึ่งในนัดนี้เมสซี่เจได้รับรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมไปครองอีกด้วย

Chanathip-Songkrasin-get-reward-news

เกียรติประวัติ ชนาธิป สรงกระสินธ์

• แชมป์ฟุตบอลรายการ เอฟเอ ยูธ คัพ 2554 กับทีมบีอีซี เทโรศาสน U-19
• แชมป์ฟุตบอลรายการ โตโยต้า ลีกคัพ 2557 กับทีมบีอีซี เทโรศาสน
• แชมป์ฟุตบอลรายการ โตโยต้า ไทยลีก 2559 กับทีมเมืองทอง ยูไนเต็ด

รางวัลระดับทีมชาติของ ชนาธิป สรงกระสินธ์

• ฟุตบอลรายการเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2012 ได้รองแชมป์
• ฟุตบอลรายการชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 42 ปี พ.ศ. 2556 ได้อันดับสาม
• ฟุตบอลรายการซีเกมส์ 2013 ได้เหรียญทอง
• ฟุตบอลรายการเอเชียนเกมส์ 2014 อันดับสี่
• ฟุตบอลรายการเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2014 ชนะเลิศ
• ฟุตบอลรายการชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 43 ปี พ.ศ. 2558 รองชนะเลิศ
• ฟุตบอลรายการซีเกมส์ 2015 ได้เหรียญทอง
• ฟุตบอลรายการเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2016 ชนะเลิศ

รางวัลส่วนบุคคลของ ชนาธิป สรงกระสินธ์

• นักฟุตบอลดาวรุ่งยอดเยี่ยม สยามโกลเด้นบอล ประจำปี พ.ศ. 2554 และปี พ.ศ. 2557
• ผู้เล่นเยาวชนยอดเยี่ยม ไทยพรีเมียร์ลีก ประจำฤดูกาล 2555
• ผู้เล่นยอดเยี่ยม โตโยต้า ลีกคัพ ประจำฤดูกาล 2557
• ผู้เล่นยอดเยี่ยม เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ ประจำปี 2014
• ผู้เล่นยอดเยี่ยม เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ ประจำปี 2016
• นักฟุตบอลยอดเยี่ยม, รางวัลคะแนนเสียงยอดนิยม รายการไทยพรีเมียร์ลีก และผู้ยิงประตูประทับใจ สยามโกลเดนบอล ประจำปี พ.ศ. 2557
• รางวัลนักกีฬาสมัครเล่นยอดเยี่ยม ประเภทชาย, รางวัลสุดยอดประทับใจแห่งปี สยามกีฬาอวอร์ดส์
• รางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำทีม คอนซาโดเล่ ซัปโปโร ประจำฤดูกาล 2018
• รางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำสนามซัปโปโรโดม ประจำฤดูกาล 2018 1 ใน 11 ผู้เล่นยอดเยี่ยมของ เจลีก ดิวิชัน 1 ฤดูกาล 2018